ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แนวทางการทำให้เงินงอกเงย

 

แนวทางการทำให้เงินงอกเงยขึ้น

แนวทางการทำให้เงินงอกเงยขึ้น

                ความคิดที่อยากจะให้เงินก้อนนั้นงอกเงยเพิ่มขึ้น ชื่อว่าทุกคนเมื่อมีเงินเหลือในส่วนที่นอกเหนือจากการใช้จ่ายในชีวิต ซึ่งการที่จะทำให้เงินงอกเงยเพิ่มขึ้นนั้นสามารถทำได้หลายวิธี เช่น นำเงิน ไปฝากธนาคาร ซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อรับดอกเบี้ย นำเงินไปลงทุน ในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปลอยเช่า นำเงินไปลงทุนในกองทุนหรือหุ้นเพื่อรับ เงินปันผลและกำไรจากส่วนต่างราคาที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากวิธีข้างต้นแล้วยังมีอีกวิธีที่สามารถทำให้เงินงอกเงยเพิ่มขึ้นได้ คือ นำเงินไปซื้อขายสินค้า หุ้น หรืออนุพันธ์ เพื่อคาดหวังผลกำไรจากการที่ ราคาสินค้าเหล่านั้นมีการเปลี่ยนแปลง หรือที่คุ้นเคยกับคำว่า "เทรดเพื่อ เก็งกำไร" ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นอีกวิฮีหนึ่งที่คนจำนวนมากให้ความสนใจ ดังนั้นถ้าจะ ถามว่าเทรดกันไปเพื่ออะไร ก็คงต้องบอกว่าเป้าหมายหลักของการเทรด เพื่อทำให้เงินที่มีอยู่แล้วเพิ่มพูนขึ้นนั่นเอง อาจจะเคยเห็นคนที่สามารถทำกำไรจากการเทรดเป็นเงินจำนวนมาก และก็มีความคาดหวังว่าเมื่อเข้าสู่เส้นทางนี้ก็น่าจะเป็นคนที่ประสบ ความสำเร็จอีกคนหนึ่งเช่นกัน แต่ขอให้ข้อมูลเบื้องต้นไว้ก่อนว่าคนที่เข้ามา สนใจลงทุนในตลาดหุ้นหรือตลาดอนุพันธ์ส่วนใหญ่ประมาณ 80% ไม่สามารถ ทำกำไรในตลาดได้ ส่วนที่เหลือจะเป็นคนที่อยู่รอดในตลาดได้ และคนที่ทำกำไร ได้เป็นกอบเป็นกำจริงๆ มีไม่ถึง 5% นั่นแสดงว่าถึงแม้การเทรดจะเป็นอีกช่องทาง ในการทำให้เงินที่มีอยู่แล้วงอกเงยขึ้นได้ แต่ก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายเท่าไรนัก

แนวทางการทำให้เงินงอกเงย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คำคมจากความคิดของมหาเศรษฐีอยากรวยต้องอ่าน

คำคม ความคิดของมหาเศรษฐี กล่าวไว้ว่าถ้าเราอยากจะเป็นแบบใครก็ให้เรียนแบบคนที่เป็นแบบนั้นซึ่งถ้าเราอยากจะเป็นคนที่ร่ำรวยแล้วแล้วก็แน่นอนว่าเราก็ควรจะต้องเรียนรู้วิธีคิดในแบบของคนที่รวยๆดังนั้นในวันนี้แอดมินก็เลยมี 15 คำคมจากความคิดของมหาเศรษฐีระดับโลก 10 การมาฝากกันและเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราเรียนรู้วิธีคิดของเขาไปพร้อมๆกันเลยดีกว่า เรามาเริ่มต้นกันที่คำคมแรกของวอร์เรนบัฟเฟตต์นักลงทุนผู้โด่งดังชาวอเมริกากันโดยเขาได้กล่าวเอาไว้ว่า if you don't Find the way to make Money while You Sleep you will work Until You Die ซึ่งก็หมายความว่าถ้าคุณไม่สามารถหาทางที่จะหาเงินได้ในขณะที่คุณหลับคุณก็จะต้องทำงานไปอย่างนี้จนกระทั่งคนตายซึ่งแอดมินคิดว่าสิ่งที่คุณวอร์เรนบัฟเฟตต์ต้องการที่จะสื่อไปถึงนั้นก็หน้าจะเป็นการทำธุรกิจหรือการลงทุนที่มันให้ผลตอบแทนในรูปแบบของภาษีเป็นคำนั้นเองเมื่อที่ คำคมประโยคที่ 2 ที่ก็ยังเป็นของคุณวอร์เรนบัฟเฟตต์ที่เขาได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า If you buy Things You don't need you will have to sell Things you need ซึ่งตรงนี้ก็สามารถแปลได้ง่ายๆแบบตรงตัวเลยว่าถ้...

หลักการง่ายๆของการลงทุนในหุ้น

หลักการง่ายๆในการลงทุนในหุ้น หลักการง่ายๆของการลงทุนแล้วทำให้เราเนี่ยได้กำไรคืออะไรนะก็อยากจะเริ่มลงทุนด้วยนะเนี่ยแอดยินดีมากเลยนะแล้วแอดจะบอกให้กับทุกคนเลยนะว่าการลงทุนมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริงๆนะเพราะว่าเรามีโอกาสน้อยมากที่จะเก็บเงินแล้วพอที่จะให้ในส่วนของเงินเนี่ยมันเพียงพอที่จะทำให้เราเสียนะเขาจะให้เงินทำงานให้เงินทำงานนี่แหละแต่ก่อนจะให้เงินทำงานได้เนี่ยมันก่อนนะหัวใจของการลงทุนสำหรับแอดคืออะไรก็คือเราจะหาพี่ที่เงินเนี่ยกำลังจะวิ่งเข้าไปหาหลักการง่ายๆนะเมื่อคืนเราต้องรู้อนาคตนะไม่รู้ว่าเงินกำลังจะวิ่งไปทางไหนทำไมพูดอย่างนั้นก็ทุกที่ที่มันวิ่งเข้าหานะจะทำให้เสียทรัพย์ตัวนั้นน่ะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นนั่นเองเพื่อนเรารู้ว่ามันจะมีเงินเข้ามาซื้อสินค้าชนิดนั้นถ้าเรารู้เราคาดการณ์ได้ว่าเงินจะไหลเข้าถึงทรัพย์ไหนเราก็จะเอาเงินไปวางไปลงทุนก่อนเพื่ออะไรเข้าเท่านั้นแต่กลับกันเงินกำลังจะไหลออกล่ะยกตัวอย่างง่ายๆเพื่อนๆทำไม แอดถึงบอกว่าคุณแพงนะแอดไม่อยากจะแนะนำให้เพื่อนลงทุนอย่างเต็มที่ตอนนี้นะก็คือความคิดของคนอื่นก็ได้นะขึ้นมาประมาณ 10 ปีเงินจำนวนมากและเมื่อแอดเนี่ยรองชนะการมองไปข้างห...

การลงทุนที่เหมาะกับแต่ละช่วงชีวิต

ลงทุนยังไงให้เหมาะกับอายุ ของขวัญพ่อให้ลูกทุกปีเขาบอกแล้วไงเอาแค่ 20 ก่อนมันก็มันก็เป็น 6 ล้านกว่ามันเป็นการให้มรดกที่คนพิเศษ การลงทุนด้วยนะมันมีหลากหลายรูปแบบมากไม่ว่าผู้อ่านจะทำด้วยตัวเองหรือว่าไปฝาก เขาลงทุนเองก็คือว่าการที่ผู้อ่านไปเปิดพอร์ตหุ้นนะครับแล้วผู้อ่านก็มีการเทรดหุ้นด้วยตัวเองซึ่งอันนี้มีคนถามแอดมินหลายคนมากว่าพี่ฟลุ๊คเปิดพอร์ตยังไงแล้วซื้อหุ้นยังไงคือคำถามของหลายคนเนี่ยมันทำให้แอดมินเข้าใจว่าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันต้องมีการเปิดพอร์ตหุ้นมันเหมือนกันวิธีเอาเงินไปตลาดแล้วก็ไปซื้อมันไม่ใช่นะครับคือผู้อ่านต้องไปเปิดพอร์ตก่อนเปิดปุ๊บโอนเงินเข้าไปโอนเข้าไปเขาเนี่ยแล้วก็ปรึกษา Marketing ได้ว่าผู้อ่านต้องการจะเลือกซื้อตัวไหนนะครับว่ามันจะขึ้นหรือจะลงเท่าไหร่อะไรยังไงคือมี target เท่าไหร่ก็คืออันนี้คือเป็นการที่ผู้อ่านเลือกหุ้นด้วยตัวเองก่อนระดับแรกอันที่สองก็คือว่าถ้าผู้อ่านไม่มีเวลาและไม่มีความรู้ผู้อ่านต้องปรึกษาผู้รู้นะครับโดยที่ว่าผู้อ่านเนี่ยก็ไปลงทุนในกองทุนละคราวนี้ก็จะมีหลากหลายสิ่งที่ดูง่ายที่สุดให้ย้อนดู Performance เก่าๆของกองทุนนั้นๆว่าเขามีอีกไหมเช่น 3 ปีที่ผ่า...